ครอบคลุม Disruptive Technology ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล

หน้าแรก > คลังเก็บ > ข่าว > ประธานหัวเว่ยประกาศแผนงานของบริษัท มุ่งพลิกโฉมกระบวนทัศน์ทางเทคโนโลยีในสามด้าน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะกลางถึงระยะยาว
image
ประธานหัวเว่ยประกาศแผนงานของบริษัท มุ่งพลิกโฉมกระบวนทัศน์ทางเทคโนโลยีในสามด้าน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะกลางถึงระยะยาว
image
มีนาคม 14, 2022 ข่าว

 

ในระหว่างมหกรรมโมบายล์ เวิลด์ คองเกรส ประจำปี 2565 (MWC Barcelona 2022) กัว ผิง (Guo Ping) ประธานเวียนตามวาระของหัวเว่ย (Huawei) ได้กล่าวถึงแผนของบริษัท ในการสานต่อกลยุทธ์ด้านโลกาภิวัตน์ และเพิ่มการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยีพื้นฐาน ซึ่งด้วยการลงทุนนี้ หัวเว่ยหวังที่จะพลิกโฉมทฤษฎีพื้นฐาน สถาปัตยกรรม และซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมของตน เพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะกลางถึงระยะยาว และรองรับความยั่งยืนในระยะยาวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ในการปราศรัยออนไลน์ในหัวข้อ “แค่มองขึ้นไป มาจุดไฟให้อนาคตกัน (Just Look Up, Let’s Light Up the Future)” คุณกัวได้เน้นถึงที่มาสองแห่งของความท้าทายและโอกาสในโลก ซึ่งก็คือ การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลและการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

ทฤษฎีและสถาปัตยกรรมที่มีอยู่ ไม่สามารถสนับสนุนการเติบโตที่รวดเร็วของความต้องการดิจิทัล

การคาดการณ์แสดงให้เห็นว่ากว่า 50% ของจีดีพี (GDP) ทั่วโลก จะถูกแปลงเป็นดิจิทัลในปี 2565 ในขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลกพัฒนาอย่างรวดเร็ว ความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลก็สูงเกินความคาดหมาย คุณกัวอธิบายว่า ในช่วงที่ทฤษฎีบทของแชนนอน (Shannon’s theorem) และสถาปัตยกรรมฟอนนอยมันน์ (von Neumann architecture) กำลังเผชิญภาวะคอขวดอย่างรุนแรงนี้ อุตสาหกรรมต้องสำรวจทฤษฎีและสถาปัตยกรรมใหม่ ๆ เพื่อปรับรูปแบบกระบวนทัศน์ทางเทคโนโลยีให้เกิดความยั่งยืนทางดิจิทัล

การลดการปล่อยคาร์บอน ส่งผลกระทบต่อพลังในระยะยาวของเศรษฐกิจดิจิทัล

ในเรื่องการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ คุณกัว กล่าวว่า “ความหนาแน่นของการเชื่อมต่อและพลังการประมวลผล เป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ก็ควรรักษากำลังในระยะยาวด้วย ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณามิติใหม่ นั่นคือการลดคาร์บอน”

ปัจจุบันหัวเว่ยยึดมั่นในกลยุทธ์ “บิตมากขึ้น วัตต์น้อยลง (More Bits, Less Watts)” นอกเหนือจากการปรับปรุงความสามารถด้านดิจิทัลขั้นพื้นฐานแล้ว หัวเว่ยยังมุ่งมั่นที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของตนใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.7 เท่า โดยทำให้เกิดความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ เช่น ทฤษฎี วัสดุ และอัลกอริทึม และด้วยความก้าวหน้านี้ อุตสาหกรรมไอซีที ก็สามารถช่วยให้อุตสาหกรรมอื่น ๆ ลดการปล่อยคาร์บอนของตนลงได้ ซึ่งที่จริง การลดลงนี้จะมากกว่าการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมไอซีทีถึง 10 เท่า

  • หัวเว่ยกำลังเพิ่มการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยีพื้นฐาน เพื่อปรับกระบวนทัศน์ทางเทคโนโลยีใหม่

คุณกัวยังกล่าวอีกว่า หัวเว่ยกำลังเพิ่มการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยีพื้นฐานอย่างมาก และทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางเทคโนโลยีในสามด้าน คือ ทฤษฎีพื้นฐาน สถาปัตยกรรม และซอฟต์แวร์ ซึ่งการลงทุนนี้จะค่อย ๆ สะท้อนให้เห็นความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ของบริษัท และหวังว่าจะสนับสนุนการพัฒนาในระยะยาวและยั่งยืนของทั้งบริษัท และอุตสาหกรรมไอซีทีในภาพรวม

การลงทุนนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การช่วยให้บริษัทเข้าใกล้และอาจเกินขีดจำกัดของแชนนอน (Shannon’s Limit) อีกด้วย โดยการสำรวจทฤษฎีและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น MIMO เจนใหม่ และปัญญาประดิษฐ์ไร้สาย (wireless AI) ทำให้หัวเว่ยสามารถผลักดันเทคโนโลยีของตนให้เข้าใกล้ขีดจำกัดของแชนนอนมากขึ้น ในขณะเดียวกัน การวิจัยของหัวเว่ยในทฤษฎีใหม่ ๆ เช่น การสื่อสารเชิงความหมาย (semantic communications) ก็จะให้คำแนะนำแก่อุตสาหกรรมเกี่ยวกับทฤษฎีพื้นฐานใหม่ ๆ

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังพัฒนาสถาปัตยกรรมใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นอีกด้วย โดยปัจจุบัน หัวเว่ยกำลังผสานรวมเทคโนโลยีโฟโตนิกและอิเล็กทรอนิกส์ และออกแบบสถาปัตยกรรมแบบเพียร์ทูเพียร์ (peer-to-peer) เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายทางเทคโนโลยี หรือภาวะคอขวดทางเทคนิค

ในแง่ซอฟต์แวร์ หัวเว่ยกำลังสร้างซอฟต์แวร์ฟูลสแตคที่มีปัญญาประดิษฐ์เป็นศูนย์กลาง และระบบนิเวศซอฟต์แวร์ใหม่ เพื่อตอบสนองความสามารถในการประมวลผลที่เป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ที่เกิดจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์

  • การทำงานร่วมกันระหว่างซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์” จะเป็นหนทางข้างหน้า

คุณกัวอธิบายว่า ประสบการณ์อันยอดเยี่ยมของผู้ใช้ มาจากการทำงานร่วมกันระหว่างซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์ เขาใช้สองตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่า หัวเว่ยได้นำแนวคิดนี้ไปใช้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไอซีทีและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อวิวัฒนาการเครือข่ายอย่างไร ตัวอย่างแรก คือ อัลกอริทึมที่ปรับให้เหมาะสำหรับเอเอชอาร์ เทอร์โบ (AHR Turbos) ช่วยให้เมตาเอเอยู (MetaAAU) ใช้พลังงานน้อยลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างที่สอง คือ ความก้าวหน้าของอัลกอริทึมในเลนส์โฮโลแกรม ที่ทำให้โอเอ็กซ์ซี (OXC) เชื่อมต่อแบบวัน-ฮ็อพ (one-hop) ได้

  • หัวเว่ยเป็นบริษัทที่มีความสามารถด้านไอซีทีสมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมดิจิทัล

ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา วิวัฒนาการของเครือข่ายเป็นกระบวนการในการแนะนำแนวทางปฏิบัติด้านไอทีล่าสุดไปยังซีที (CT) ตั้งแต่ไอพี (IP) ไปจนถึงระบบคลาวด์ ไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน ในฐานะบริษัทที่มีความสามารถด้านไอซีทีสมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมดิจิทัล คุณกัวกล่าวว่า หัวเว่ยมั่นใจว่าจะสามารถเป็นผู้นำในการพัฒนาเครือข่ายที่อยู่บนพื้นฐานของปัญญาประดิษฐ์ (AI-native) ได้ในอนาคต

คุณกัว กล่าวปิดสุนทรพจน์ว่า “หัวเว่ยจะยังคงดำเนินกลยุทธ์ด้านโลกาภิวัตน์ ในมาตรฐาน ความสามารถ ซัพพลายเชน และอื่น ๆ โดยหัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะช่วยลูกค้าที่เลือกหัวเว่ยบรรลุความสำเร็จทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”

มหกรรมโมบายล์ เวิลด์ คองเกรส ประจำปี 2565 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยหัวเว่ยได้ร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันต่าง ๆ ที่บูธ 1H50 ในฟีรา กรัน เวีย ฮอลล์ 1 (Fira Gran Via Hall 1) ทั้งนี้ ด้วยการร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และผู้นำทางความคิดจากทั่วโลก เราได้เจาะลึกประเด็นต่าง ๆ เช่น แนวโน้มของอุตสาหกรรม แบบจำลอง GUIDE เพื่อนำทางสู่อนาคต และการพัฒนาสีเขียว เพื่อวาดภาพเครือข่ายดิจิทัลแห่งอนาคต สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ carrier.huawei.com/…mwc2022

 

(0)(0)