ครอบคลุม Disruptive Technology ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล

หน้าแรก > คลังเก็บ > บล็อก > จากความสามารถในการวิเคราะห์และแยกแยะของ AI นั้น , AI ได้เข้าสู่ระดับ True Intelligence (ความฉลาดที่แท้จริง) แล้วหรือไม่
image
จากความสามารถในการวิเคราะห์และแยกแยะของ AI นั้น , AI ได้เข้าสู่ระดับ True Intelligence (ความฉลาดที่แท้จริง) แล้วหรือไม่
image
พฤษภาคม 7, 2021 บล็อก

 

เขียนโดย: คุณRogelio Legaspi, ผู้สื่อข่าวจาก AOPG

เมื่อมีเทคโนโลยีเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ผู้คนมักจะใช้ชื่อนั้นอย่างชินชา – ไม่ว่าจะเป็นเพราะไม่มีคำอื่นที่ดีกว่าหรืออยู่ในกระแสความสนใจ  ตัวอย่างหนึ่งคือปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ทุกวันนี้มีการใช้คำว่า AI มากมายแต่ผู้คนใช้คำนี้ถูกต้องหรือไม่

อธิบายง่ายๆคือ AI เป็นแนวคิดที่กว้างและคลุมเครือ กล่าวถึงเครื่องมือใด ๆ (ไม่ว่าจะเป็นเสมือนจริงหรือของจริง) ที่สามารถทำงานโดยใช้ความฉลาดของมนุษย์  อย่างไรก็ตามยังมีความคิดที่ว่าบางสิ่งจะถือว่าเป็น AI ก็ต่อเมื่อมีปัญญาอยู่ในระดับมนุษย์

ผู้ที่ไม่ใช่เชี่ยวชาญหรือผู้บริโภคทั่วไปอาจคิดว่า ระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Assistant) ในโทรศัพท์ของพวกเขาถือได้ว่าเป็น AI  นอกจากนี้ยังมี algorithms ของแอพต่างๆซึ่งดูมีความฉลาดเพราะสามารถแนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการตามที่กำหนดได้ และแค่เรียกสิ่งเหล่านั้นว่า AI  ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญได้สร้างระบบอัจฉริยะ (เช่น ระบบอัจฉริยะแบบอัตโนมัติและการวิเคราะห์)

แม้ว่าอาจจะไม่ผิดนัก แต่ก็ไม่เป็นความจริงทั้งหมด  เราควรพิจารณาว่า AI เป็นได้มากกว่าเครื่องจักรอัจฉริยะ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว AI ได้รับแรงบันดาลใจให้เลียนแบบความฉลาดของมนุษย์ นับตั้งแต่ AI มีอิทธิพลต่อแอพพลิเคชั่นต่างๆอย่างมากมายในปัจจุบัน เราจึงสามารถแยกแยะ AI ได้จากระดับของความฉลาดเมื่อเทียบกับมนุษย์

ระดับของ AI: Narrow, General และ Super

ในทุกวันนี้อาจกล่าวได้ว่า AI ทุกตัวที่ใช้อยู่ จัดอยู่ในระดับ  Artificial Narrow Intelligence (ANI) หรือ ‘weak’AI เพราะอะไร? เนื่องจากระบบ AI ในแบบที่ใช้อยู่ปัจจุบันสามารถแก้ปัญหาเฉพาะด้านและเฉพาะแอปพลิเคชันที่กำหนดเท่านั้น

ผู้ช่วยพูดเสมือนจริงใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติ Natural Language Processing (NLP) เพื่อตรวจจับเสียงและทำงานตามคำสั่ง เช่น บอกสภาพอากาศ หรือเปิดแอปเฉพาะด้าน  นอกจากนี้ยังมีระบบอัตโนมัติภายในองค์กรโดยใช้ machine-learning มีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งกระบวนการภายในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีหรือการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก

กล่าวคือ ‘narrow’AI ใช้ความฉลาดของมนุษย์เพียงส่วนหนึ่งและทำในสิ่งที่มนุษย์ทำได้เท่านั้น แม้ว่าจะทำได้เร็วกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าก็ตาม และยังห่างไกลหากจะเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ เนื่องจากมนุษย์ยังสามารถทำงานดังกล่าวได้

และเมื่อพัฒนาต่อไป ระบบ narrow AI เหล่านี้สามารถรวมเข้าด้วยกันและพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น จนกลายเป็น “true intelligence” หรือ “strong AI” หรืออาจเรียกว่า Artificial General Intelligence (AGI) ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว narrow AI สามารถทำงานได้เพียงอย่างเดียว ส่วน AGI สามารถทำได้หลายสิ่งอย่างที่มนุษย์สามารถทำได้

ในระดับนี้ AGI อยู่ในระดับความฉลาดที่เหมือนกับมนุษย์ ที่สามารถให้เหตุผล,ตัดสินใจ,มีความคิดสร้างสรรค์,โต้แย้ง,ทำผิดพลาด,เข้าใจความหมายหรืออะไรก็ตามที่มนุษย์สามารถทำได้  ลองนึกถึง AI ที่ปรากฎในภาพยนตร์เรื่อง ‘Her’ ที่ AI สามารถสนทนากับมนุษย์ได้เหมือนคนจริงๆ

โดยหลักการแล้ว แล้ว AGI อาจจะสามารถผ่านการทดสอบของทัวริง (Turing test) ได้ เนื่องจากสามารถแสดงและพูดคุยได้เหมือนมนุษย์มากจนไม่สามารถแยกแยะจากคนจริงๆได้  แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มี AI ใดผ่านการทดสอบนี้ได้อย่างเต็มร้อย

จะเกิดอะไรขึ้นหาก AI มีความฉลาดที่เหนือกว่าความฉลาดมนุษย์ในทุก ๆ ด้านเท่าที่เราจะจินตนาการได้?  นี่คือจุดที่ Artificial Super Intelligence เข้ามามีบทบาท แต่มนุษย์ก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ ด้วยความกลัวว่าโลกจะถูกครอบงำโดยหุ่นยนต์ที่มีความรู้สึก หรือ AI หรือแม้แต่การสูญพันธุ์ของมนุษย์  อย่างไรก็ตามเราก็ยังห่างไกลจากขั้นนี้ เนื่องจากเรายังพัฒนา AGI ไม่ได้

ระดับ True Intelligence (ความฉลาดที่แท้จริง) คืออะไร?

ทั้งสามระดับหรือรูปแบบของ AI สามารถนำมาอ้างอิงได้ หากเรากำลังพูดถึงจุดที่เราอยู่ในขณะนี้ในความก้าวหน้าของเทคโนโลยี  สำหรับคำจำกัดความของความฉลาดที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับความสามารถของมนุษย์เนื่องจากการทำงานของ AI อยู่บนพื้นฐานความฉลาดของมนุษย์

บางคนคิดว่าเราอยู่ในยุคของ AI แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มศักยภาพของผู้คนหรือการเข้ามาแทนที่พวกเขาทั้งหมด  นอกจากนี้มีคนคิดว่า AI เป็นระบบที่สามารถทำงานได้ในดาวเคราะห์และมีความฉลาดเหนือมนุษย์แล้ว  ซึ่งเราอาจคิดว่ามนุษย์ไม่ฉลาดพอที่จะเป็นส่วนสำคัญของการทำงานดังกล่าว

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน AI ก็ยังคงอยู่ในกำมือของมนุษย์ตั้งแต่ผู้พัฒนาไปจนถึงฐานข้อมูลที่ใช้ในการสร้างระบบดังกล่าว (ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก) และ AI เป็นภาพสะท้อนของสิ่งที่มนุษย์ต้องการจะบรรลุ

(0)(0)